Nissan Leaf 2018 ใหม่ เปิดตัว ราคาเริ่มต้น 9.95 แสนบาท ไทยเตรียมจำหน่ายด้วย

 

 

 

 

Nissan Leaf 2018 ใหม่ เปิดตัว ราคาเริ่มต้น 9.95 แสนบาท ไทยเตรียมจำหน่ายด้วย

 

 

 

 

 

 

      นิสสัน ลีฟ 2018 โฉมใหม่ (Nissan Leaf 2018) เปิดตัวสู่สายตาชาวโลก Nissan Leaf 2018 ราคาเริ่มต้น 9.95 แสนบาท (29,990 ดอลลาร์) ส่วน Nissan ประเทศไทย ก็ไวมากประกาศจะนำ Nissan Leaf 2018 มาจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยยังไม่ระบุช่วงเวลา แต่เราคาดว่าจะได้เห็นคันจริงกันในปี 2018 หรือ ไม่เกินปี 2019 เป็นอย่างช้า

 

 

 

        Nissan Leaf 2018 โฉมใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2 ของรถยนต์ไฟฟ้าจาก Nissan เปิดตัวอย่างเป็นทางการแบบไลฟ์สดจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยเสียทีเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 จากนั้น Nissan อเมริกาเหนือได้เผยโฉม Nissan Leaf 2018 ใหม่ ที่ลาสเวกัสตามในทันที พร้อมประกาศราคาเริ่มต้น 29,990 ดอลลาร์ (9.95 แสนบาท) ขณะที่ นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าขอโหนกระแสนี้อย่างเร็ว ยืนยันอย่างเป็นทางการจะนำเข้า Nissan Leaf 2018 ใหม่ มาจำหน่ายเช่นกัน

 

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 

          Nissan Leaf 2018 ใหม่ มาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบง่ายแบบรถยนต์ปกติทั่วไปแต่เฉียบคม สไตล์ลิ่งปราดเปรียวแบบเดียวกับ Nissan Micra 2017 เพื่อให้ตัวถังนั้นต้านลมน้อยที่สุด กระจังหน้า V-Motion ปิดเรียบมองเห็นภายในลายตาข่ายแบบ 3 มิติ สีฟ้า ซ่อนเสา C ให้หลังคาดูลอยตัวด้วยการคาดดำต่อเนื่องไปจนถึงบานฝากระโปรงท้าย ที่ขนาบข้างด้วยไฟทรงบูมเมอแรง ส่วนที่ชาร์จไฟยังอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียง Nissan Leaf รุ่นเดิมแต่ยกสูงขึ้นไว้ต่อจากฝากระโปรงเหนือกระจังหน้า โดย Nissan Leaf 2018 ใหม่ มีสัดส่วนภายนอกที่ใหญ่กว่า Nissan Note 2017 อยู่นิดหน่อย ดังนี้


          - ความยาว 4,480 มม.

          - ความกว้าง 1,790 มม.

          - ความสูง 1,559 มม.

          - ความยาวฐานล้อ 2,700 มม.

          - ค่าสัมประสิทธิ์ของแรงต้าน (Cd) 0.28

          - น้ำหนัก 1,557-1,591 กก.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          ส่วนภายในห้องโดยสารของ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ได้ปรับการออกแบบใหม่หมดโดยให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ตามคำอ้างอิงของ Nissan แต่เราว่าการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ก็แทบไม่ต่างจากเดิมเลยยกเว้นดีไซน์ที่เปลี่ยนไปและหาดูได้จากรถปกติ (คือไม่ยอมหวือหวาล้ำอนาคตแบบ Nissan Leaf เจเนอเรชั่นแรก)   

 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

       จุดสะดุดตาอยู่ตรง Gliding Wing (Nissan เรียกอย่างนั้น) คาดยาวไปตามแผงหน้าปัดพร้อมกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 7 นิ้ว แทนแผงอุปกรณ์ลอยตัวในรุ่นเดิมที่ดูอวกาศมากกว่า แต่ก็ตรงกับบุคลิกภายนอกที่ Nissan คงตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นคือเหมือนรถทั่ว ๆ ไปไม่แปลกตาเวลาไปจอดกองรวมกันบนถนน โดย Nissan Leaf เดิมมีความโดดเด้งกว่า (สวยหรือไม่เป็นอีกเรื่อง) 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

        นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่นักนอกจากความรู้สึกที่พรีเมี่ยมขึ้นอีกเล็กน้อยเพราะหลายอย่างก็ยกมาจาก Nissan Leaf เดิม ไม่ว่าจะเป็นแผงประตู เบาะนั่ง ปุ่มอุปกรณ์ เช่น ระบบปรับอากาศ เป็นต้น


          แล้ว Nissan Leaf 2018 มีอะไรใหม่อีกนอกจากดีไซน์ภายนอกและชุดแผงหน้าปัด Gliding Wing คำตอบคือตัวเลขของพละกำลังที่เพิ่มมากขึ้นจาก Nissan Leaf รุ่นเดิมที่มีพละกำลัง 107 แรงม้า และแรงบิด 254 นิวตันเมตร เป็น 147 แรงม้า และแรงบิด 320 นิวตันเมตร โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

          - มอเตอร์ไฟฟ้า    EM57 (เหมือนรุ่นเดิมแต่ปรับปรุงใหม่)

          - แบตเตอรี่ Li-ion 40 kWh   

          - กำลังสูงสุด    147 แรงม้า

          - แรงบิดสูงสุด   320 นิวตันเมตร

          - ระยะทางวิ่งสูงสุด 240 กม.

 

 

 

 

 

 

 

           โดย Nissan Leaf 2018 ใหม่ จะใช้ระยะเวลาชาร์จไฟ 8 ชม. (6kW) และ 16 ชม. (3kW) สำหรับการชาร์จไฟแบบปกติ (Normal Charging) แต่ถ้าหากเป็นการชาร์จไฟแบบเร็ว (Quick Charging) เมื่อมีการแจ้งเตือนจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที ในการชาร์จให้ไฟในแบตเตอรี่มีปริมาณ 80 เปอร์เซ็นต์)


          (หมายเหตุ : ข้อมูลดังกล่าวเป็นสเปคของ Nissan Leaf 2018 ที่จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ และมาตรฐานการทดสอบค่าต่าง ๆ อาจแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค)

 
 
 
 
 
 
 
 
 

        นอกจากนี้ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ยังเพิ่มฟีเจอร์ไฮเทคอย่างระบบช่วยขับขี่ ProPILOT ที่ทำให้ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ขับตามรถยนต์คันหน้าได้เองโดยจะรักษาระยะห่างให้อัตโนมัติภายใต้ช่วงความเร็วที่กำหนดโดยผู้ขับขี่ (อยู่ระหว่าง 30-100 กม./ชม.) แต่ทั้งนี้ผู้ขับขี่ยังต้องเป็นผู้ควบคุมพวงมาลัยตลอดเวลา และถ้ารถคันหน้ามีการเบรกจนหยุด ระบบ ProPILOT ของ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ก็จะทำการเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อชะลอความเร็วเองไปจนถึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ถ้าจำเป็น (หมายถึงเมื่อรถหยุดแล้วผู้ขับขี่ไม่เหยียบเบรกรถก็จะไม่เคลื่อนที่) 


       เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวระบบ ProPILOT จะเริ่มทำงานเมื่อผู้ขับขี่กดปุ่มอีกครั้งหรือเหยียบคันเร่ง โดยระบบดังกล่าวจะช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่บนทางหลวงหรือการจราจรที่แออัด (อาจไม่ได้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานให้กับทุกรุ่นย่อย)

 

 

 

 

 

        ส่วนอีกหนึ่งฟีเจอร์น่าสนใจคือ e-Pedal หรือการทำให้แป้นคันเร่งกลายเป็นแป้นเบรกได้ในแป้นเดียวโดยไม่ต้องสลับเท้าไปมา (แป้นเบรกปกติก็ยังมีอยู่) ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ใช่ของใหม่และรถไฟฟ้าอย่าง Tesla Model ต่าง ๆ, Chevrolet Volt หรือ BMW i3 ก็ใช้หลักการ One Pedal นี้มาก่อนแล้ว แต่ e-Pedal ของ Nissan Leaf น่าจะเป็นการทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นและสามารถใช้แทนแป้นเบรกเพื่อให้รถหยุดสนิทลงได้ (เมื่อถอนเท้าออกจากคันเร่งจนสุด) โดยจะมีปุ่ม e-Pedal เพื่อ Activate คอยเปิด-ปิดระบบดังกล่าวได้ และ e-Pedal จะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ทุกรุ่นย่อย


          นอกเหนือจากนี้ Nissan Leaf 2018 ใหม่ ยังมีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันอื่น ๆ ติดตั้งมาให้ด้วย อาทิเช่น

 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

          - ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร (Intelligent Lane Intervention)

          - ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องทางจราจร (Lane Departure Warning)

          - ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการชนด้านหน้า เช่น คนเดินถนน หากผู้ขับขี่ไม่เหยียบเบรกหลังระบบแจ้งเตือน (Intelligent Emergency Braking)

          - ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning)

          - ระบบแจ้งเตือนการจราจรด้านหลังขณะถอย (Rear Cross Traffic Alert)

          - ระบบแสดงภาพรอบคันพร้อมการแจ้งเตือน (Intelligent Around View Monitor with moving object detection)

 

 

           โดยระบบดังกล่าวที่ว่ามาทั้งหมดก็จะเหมือนกับที่มีติดตั้งใน Nissan Micra 2017 ใหม่ ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้า ทั้งนี้หลังจากการเปิดตัว Nissan Leaf 2018 ใหม่ จะเริ่มวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นก่อนเป็นแห่งแรกในเดือนตุลาคม 2560 ส่วนสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2561 ด้วยราคาเริ่มต้น 29,990 ดอลลาร์ (ในสหรัฐฯ) หรือประมาณ 9.95 แสนบาท ซึ่งต่ำกว่า Nissan Leaf เดิมและคู่แข่งโดยตรงอย่าง Tesla Model 3 เล็กน้อย


 

          ดังนั้น Nissan Leaf 2018 ที่ Nissan ประเทศไทยยืนยันว่าจะนำเข้ามาจำหน่ายด้วย คาดว่าอย่างเร็วสุดเราคงจะได้สัมผัสกันหลังจากครึ่งหลังของ ปี 2018 หรืออย่างช้าคือไม่เกินครึ่งแรกของปี 2019 ส่วนราคาคงไม่น่าจะถูก (เมื่อเทียบกับ Segment ของรถ) เพราะเทคโนโลยียังคงมีราคาสูงโดยเฉพาะแบตเตอรี่ แม้ว่าจะมีการปรับลดภาษีสรรพภาษิตไปแล้วก็ตาม

 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งที่มา  และ  ขอขอบคุณ

car.kapook.com

ค้นหารถมือสอง
ซื้อขายรถมือสอง คุณภาพดี อัพเดททุกวัน มีรถยนต์ นับหมื่นคันให้เลือก เช่น Toyota มือสอง , Honda มือสอง เป็นต้น ราคาพิเศษจากผู้ขายโดยตรง! หารถง่าย ได้รถเร็ว ต้อง Fast2car.com

ค้นหารถยนต์มือสองตามพื้นที่