พัฒนาต่อไม่รอแล้วนะ BMW เดินหน้าเตรียมพร้อมสู่อนาคต ยานยนต์ไฟฟ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

          ในขณะที่โลกกำลังตื่นตัวสู่ยุคของยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ในประเทศไทยดูเหมือนจะยังไม่พร้อมสำหรับการตื่นตัวที่จะมาถึง แต่ถึงอย่างไรก็ตามรถยนต์ค่ายใหญ่อย่าง BMW จึงไม่ยอมอยู่เฉยอย่างแน่นอน เตรียมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ผ่านงานเสวนา “The Future of Mobility” ระดมนักคิดและ ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงยานยนต์มาร่วมพูดคุยถึงทิศทางของระบบคาร์แชร์ริ่ง (Car Sharing) ในประเทศไทย พร้อมแสดงวิสัยทัศน์แห่งผู้นํายนตรกรรมไฟฟ้าภายใต้ แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู i อีกด้วย

 
 
 
 
 

 

 

 

การตื่นตัวของยานยนต์ไฟฟ้า

 

  

          มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่าในปี พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา BMW ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยอัตราการเติบโตที่ 20% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดทั่วโลกถึงสองปีซ้อน และยังเป็นตัวเลขที่ยืนยันถึงความสําเร็จของการส่งมอบรถยนต์ปลักอินไฮบริด (PHEV) ในประเทศไทยที่พุ่งสูงขึ้นถึง 122% และหลังจากการเปิดตัวของ BMW 530e BMW 740Le BMW i8 Coupe และ BMW i8 Roadster จะทำให้เราเริ่มเห็นรถยนต์ปลักอินไฮบริดรุ่นใหม่ๆ ในเมืองไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน 


          ขณะที่ ดร. แอนเดรียส อัลมานน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าและบีเอ็มดับเบิลยู i บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าคือหนึ่งในเสาหลักกลยุทธ์ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป โดยภายในปี พ.ศ. 2564 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จะทยอยปล่อยรถยนต์ไฟฟ้าออกมาทั้งหมด 5 รุ่น คือ มินิ อิเล็คทริค, BMW i3,  BMW iX3, BMW i4 และ BMW iNEXT และภายในปี พ.ศ. 2568 บีเอ็มดับเบิลยู i จะมีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารวมทั้งหมด 25 รุ่น ซึ่งมีรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ถึง 12 รุ่นด้วยกัน และยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเดินหน้าสู่ความสำเร็จต่อไป

 
 
 
 
 
 
ดร. แอนเดรียส อัลมานน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าและบีเอ็มดับเบิลยู i บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
 
 
 
 
นำร่องสู่การเป็นผู้นําด้านความยั่งยืน
 
 
 
 
          เมื่อปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา BMW ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อดําเนินโครงการนําร่อง “Electric Vehicle Charging and Car Sharing Zones” หรือ Charge & Share โดยได้นํารถยนต์ BMW i3 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์และปราศจากการปล่อยไอเสีย พร้อมด้วยรถยนต์ปลักอินไฮบริด BMW 330e และ BMW X5 XDrive40e ให้ทางมหาวิทยาลัยทดลองนําไปใช้ในงานราชการ พร้อมเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อศึกษาลักษณะการใช้งาน รวมถึงข้อจํากัดต่างๆ ของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับการศึกษาพฤติกรรมของคนไทย และยังรับความร่วมมือจากบริษัท ฮ้อปคาร์ จํากัด ผู้ให้บริการ Car Sharing แห่งแรกในประเทศไทย ในการช่วยบริหารจัดการระบบการจองและคืนรถ รวมไปถึงให้บริการผู้ใช้อีกด้วย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 อนาคตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
 
  
 
          นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังประกาศเริ่มต้นการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มต้นสายการประกอบอย่างเต็มกําลังภายในปี พ.ศ. 2562 นี้ โดยแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ประกอบสมบูรณ์แล้ว จะถูกส่งไปยังโรงงาน บีเอ็มดับเบิลยูที่ระยองเพื่อติดตั้งในรถยนต์ปลักอินไฮบริดในตระกูล BMW ซีรีส์ 5 และ BMW ซีรีส์ 7 เริ่มต้นเฟสแรกภายในปีนี้เป็นต้นไป

 
 
          และยังวางแผนขยายเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยการริเริ่มโครงการ ChargeNow เมื่อปี 2560 ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่สมาชิก ChargeNow สามารถมาใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย โดยปัจจุบันมีให้บริการทั้งหมด 121 หัวจ่าย ทั้งที่สถานีและที่ผู้จําหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ใน 57 แห่งทั่วประเทศไทย และมีเป้าหมายที่จะติดตั้งให้ครบทั้งหมด 150 หัวจ่าย ภายในสิ้นปีนี้
 
 
 
 
 
  
 
 
          ความนิยมใน ยานยนต์ไฟฟ้า ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต บีเอ็มดับเบิลยูจึงไม่หยุดที่จะแสวงหาแนวทางสู่อนาคตในการใช้พลังงานสะอาด แล้วเราพร้อมหรือยังที่จะก้าวสู่โลกของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะมาถึง

 


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แหล่งที่มา  และ  ขอขอบคุณ
auto.mthai.com
ค้นหารถมือสอง
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
    
ค้นหารถยนต์มือสองตามพื้นที่