Group Test : รีวิว MG Extender สมาร์ทปิกอัพ ตัวถังใหญ่นั่งสบาย อ็อพชั่นมากมายเต็มคัน

 

 

 

 

 

 

 

          โดยแต่ไหนแต่ไรนั้น จุดขายหลักของรถยนต์ MG ทุกรุ่นก็คือ ความคุ้มค่า ราคาถูกแต่ได้อ็อพชั่นเยอะ รวมไปถึงระบบ i-Smart สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยที่บุกเบิก และเปิดตลาดเป็นเจ้าแรก แต่ทว่าการมาถึงของ MG Extender รถกระบะน้องใหม่ในวงการนั้น กล้าที่จะตั้งราคาต่ำกว่าเจ้าตลาด และผู้ท้าชิง ที่แก่งแย่งชิงดีกันมาตลอด 10 ปี เพียงไม่กี่บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า MG มั่นใจ และเล็งเห็นว่า MG Extender นั้น มีจุดขาย และไฮไลท์เด็ดอย่างที่รถกระบะรุ่นอื่นๆ ไม่มี ส่วนจะเป็นอะไรนั้น…วันนี้รู้กัน

 

 

 

 

 

 

 

          สำหรับจุดขายประการแรกก็คือ “ดีไซน์ภายนอก” ซึ่งต้องยอมรับว่า MG ได้รังสรรค์ออกมาได้อย่าง แข็งแกร่ง ดุดัน ตามนิยาม “กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง” ไม่ผิดเพี้ยน โดยจะเห็นได้ว่ามิติตัวถังของ MG Extender นั้น จะมีความใหญ่โต บึกบึน ตามแบบฉบับรถกระบะสัญชาติยุโรป และถ้าหากมองให้ลึกลงไปอีก จะเห็นได้ว่า MG ตั้งใจติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยมาให้อย่างครบครัน

 

 

 

                                        

 

 

                                        

 

 

 

          เริ่มจากไฟหน้าแบบ LED Projector ที่มีระบบเปิด-ปิด และปรับเลี้ยวตามองศาของพวงมาลัยอัตโนมัติ พร้อมไฟ DRL แบบ LED ในโคมเดียว เข้าชุดกับกระจังหน้าขนาดใหญ่ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง ดุดัน, โป่งล้อขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มมัดกล้ามอันบึกบึนของตัวรถ, ราวหลังคาสไตล์สปอร์ตพร้อมความอเนกประสงค์, ไฟท้ายส่องสว่างแบบ LED ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว


           และที่สำคัญ MG Extender ยังมาพร้อมกับกล้องมองภาพรอบคัน ที่ติดตั้งกล้องหน้าไว้ที่ชุดกันชนหน้า, กล้องด้านข้างซ้าย – ขวาติดตั้งที่กระจกมองข้าง และกล้องมองหลังติดตั้งไว้ที่มือจับฝาเปิดกระบะท้าย

 

 

 

 

 

มิติตัวถังของ MG Extender ถือเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญ


     -  ความยาว : 5,365 มม.

     -  ความกว้าง : 1,900 มม.

     -  ความสูง : 1,850 มม.

     -  มิติกระบะท้าย ยาว x กว้าง x สูง : 1,485 x 1,515 x 530 มม.

     -  ระยะฐานล้อ : 3,155 มม.

     -  ระยะต่ำสุดจากพื้น : 183 มม.

     -  รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด : 6.3 ม.

     -  ความจุถังน้้ำมัน : 73 ลิตร


 

 

 

 

 

          มาต่อกันที่จุดขาย และไฮไลท์สำคัญของ MG Extender นั่นก็คือ ห้องโดยสาร และดีไซน์ภายใน ซึ่งต้องบอกเลยว่า MG Extender นั้น เป็นรถกระบะที่มีห้องโดยสารกว้างขวาง และนั่งสบายที่สุด (ความคิดเห็นส่วนตัวผู้เขียน) โดยจากการทดสอบครั้งนี้ ผู้เขียนได้ลองนั่งในทุกตำแหน่งที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบปรับไฟฟ้าให้ครบครัน ส่วนเบาะนั่งด้านหลังนั่งสบาย มีพื้นที่วางขาเหลือๆ รวมไปถึงด้านบนที่โป่งโล่งผู้โดยสารตัวสูงสามารถนั่งได้อย่างสบายๆ เบาะนั่งมีความกระชับทุกสรีระ พนักวางแขน และวัสดุต่างๆ เป็นแบบ Soft Touch ซึ่งให้ความรู้สึกพรีเมียม อีกทั้งยังมีช่องแอร์ และช่องเสียบ Power Outlet 12v สำหรับผู้โดยสารตอนหลังให้อีกด้วย

 

 

 

                                             

 

 

 

                                        

 

 

 

 

           ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารของ MG Extender นั้น จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ปุ่ม Push Start, ที่วางแก้วน้ำบริเวณช่องแอร์เพื่อรักษาความเย็น, ช่องเสียบชาร์จไฟ USB, ที่วางของบริเวณคอนโซลหน้า และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ระบบอินโฟเทนเมนท์หน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth และ USB อีก 2 ช่อง ที่มีระบบ i-Smart สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย สามารถค้นหาสถานที่, ร้านอาหาร, ที่พักโรงแรม, ปั้มน้ำมันใกล้เคียง ฯลฯ


          และที่สำคัญยังมี Online Music ที่จะคอยอัปเดตเพลงใหม่ๆ ให้ได้ฟังกันแบบฟรีๆ โดยไม่ต้องไปเสียตังค์ซื้อ CD MP3 หรือมานั่งโหลดเพลงให้เสียเวลากันอีกต่อไป แต่ระบบสั่งการด้วยเสียง อาจจะต้องออกเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำนิดนึงนะ ไม่งั้นมันไม่ทำตาม

 

 

 

 

 

 

          ด้านระบบช่วงล่าง ทาง MG ให้คำนิยามว่า Euro Tuning Suspension ซึ่งก็คงเป็นเพราะ การเลือกใช้โช้คอัพของ Sachs ซึ่งเป็นระบบช่วงล่างที่นิยมใช้กันในรถยุโรปหลายๆ แบรนด์ รวมไปถึงระบบ ESP และระบบ ABS ที่เลือกใช้ของ Bosch ซึ่งก็เป็นแบรนด์ที่มั่นใจได้


 

          โดยระบบช่วงล่างในรุ่นท็อปขับสี่ ที่เป็นตัวยกสูงในการทดสอบครั้งนี้ ก็ถือว่าให้การตอบสนองที่ดีในระดับหนึ่ง มีความนุ่ม หนึบ และเกาะถนน แต่อาจจะเป็นเพราะลมยางหลังที่ตามคู่มือกำหนดให้เติม 41 Psi ทำให้ในบางจังหวะมีความกระด้างไปบ้าง แต่ดูแล้วน่าจะเซ็ทมาเพื่อรองรับน้ำหนักบรรทุก ซึ่งถ้ามีผู้โดยสาร หรือของบรรทุก อาจจะให้การขับขี่ที่ลงตัวกว่านี้ หรือถ้าคุณเป็นคนขับรถเปล่า ไม่ได้เน้นใช้งานบรรทุกอะไรมากมาย แนะนำให้ลดแรงดันลมยางลงดู จะให้การขับขี่แบบรถยุโรปอย่างที่ MG เขาบอกเลยละ


 

 

 

 

 

          มาต่อกันที่ในส่วนของขุมพลังกันบ้าง โดย MG Extender นั้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 375 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 – 2,400 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด


          โดยสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด ได้แก่ Normal, ECO และ Power ซึ่งทั้ง 3 โหมด ก็จะเซ็ทอัตราเร่ง และการตอบสนองที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งในรุ่นท็อปสุดยังมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD ที่มีโหมดการขับขี่ให้เหมาะกับสภาพถนน 3 รูปแบบ ได้แก่ 2H, 4H และ 4L ให้เลือกใช้งานอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

          หลังจากที่ได้ทดลองขับ MG Extender แล้วพบว่า ในด้านอัตราเร่งนั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่อืด และไม่แรงจนรู้สึกประทับใจ แรงบิดมีมาให้ใช้ตั้งแต่รอบต่ำ จังหวะเร่งแซง ถือว่าให้การตอบสนองที่เฉียบขาด แต่จังหวะ Kick Down ต้องเหยียบลงไปลึกหน่อย ตัวรถถึงจะพุ่งทะยาน


          ในย่านความเร็วสูงก็ถือว่าไปได้ดี โดยสามารถทำความเร็วที่ 150 กม./ชม. ได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเค้นกันมาก แต่อาจจะใช้เวลานานกว่าคู่แข่งในตลาดสักเล็กน้อย เนื่องจากเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก

 

 

 

 

 

 

 

          ส่วนทางด้าน Handling นั้น ในช่วงความเร็วต่ำ พวงมาลัยให้การตอบสนองที่ดี มีน้ำหนักที่พอดีมือ (ไม่หนักเกินไป หรือเบาเกินไป) ผู้หญิงสามารถขับไปจับจ่ายใช้สอยได้สบายๆ แต่ในย่านความเร็วสูง พวงมาลัยจะมีน้ำหนักที่เบาเกินไป เนื่องจากแร็คพวงมาลัยไม่ใช่การปรับแปรผันด้วยระบบไฟฟ้า ผู้ชายมือหนักๆ อย่างผู้เขียน อาจจะไม่ชอบ เพราะอาจจะมีอาการเหวอได้หากหักพวงมาลัยเปลี่ยนเลนส์แบบไม่ยั้งมือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากปรับตัว และมีความคุ้นชินกับรถ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 


 


 

 

 

          นอกจากนั้นแล้วในการทดสอบครั้งนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมทดสอบอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกันด้วย โดยให้รถทุกคันเติมน้ำมันให้เต็มถังแบบปริ่มขอบถัง และทดลองวิ่งในระยะทางกว่า 90 กม. ซึ่งผู้เขียนได้ขับขี่ในโหมด ECO มาตลอดระยะทาง โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 80 – 90 กม./ชม. ผลปรากฏว่า ผู้เขียนสามารถทำอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ที่ 13.42 กม./ลิตร และนักข่าวที่ทำอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีที่สุดอยู่ที่ 15.54 กม./ลิตร

 

 

 

 

 

 

          ซึ่งดูจากตรงนี้แล้ว อัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงของ MG Extender ไม่ได้รู้สึกว่าประหยัดกว่าแต่อย่างใด แม้จะเลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบก็ตาม ในขณะที่คู่แข่งมีขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า แต่ก็มีอัตราเฉลี่ยน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่หนีกันเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้อาจจะไม่ใช่จุดขายของ MG Extender เสียทีเดียว แต่ยังไงซะก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ได้ ECO Sticker มาครอบครองอยู่ดี

 

 

 

 

 
 

 

 

 

 

          ด้านระบบความปลอดภัยของ MG Extender นั้น มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ FSF (Full Space Frame) แบบ Ultra-high Strength Body ที่มีความแข็งแกร่งสูง ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียว ประกอบด้วย


-  ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS (Anti-lock Braking System)

-  ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA (Electronic Brake Assist)

-  ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake Force Distribution)

-  ระบบควบคุมการทรงตัว SCS (Stability Control System)

-  ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

-  ระบบตรวจสอบความผิดปดติของลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitor System)

-  ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

-  ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descend Control System)

-  ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

-  ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning System)

-  ถุงลมนริภัย 6 ตำแหน่ง

-  กล้องมองภาพรอบทิศทาง

-  กล้องมองหลัง

-  สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า และด้านหลัง

 

 

 

 

 

 

 

ข้อดีของ MG Extender

 

 

     -  ดีไซน์หรู สไตล์รถยุโรป

     -  ตัวถังใหญ่

     -  ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายทุกที่นั่ง

     -  อ็อพชั่นให้มาคุ้มค่าตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น

     -  อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารครบครัน

     -  เทคโนโลยี i-Smart หนึ่งเดียวในวงการปิกอัพ

 

 

 

ข้อเสียของ MG Extender


     -  เครื่องเล็ก แต่ไม่ประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร (อัตราเฉลี่ยในการทดสอบโดยประมาณ 13 กม./ลิตร)

     -  พวงมาลัยเบาเกินไปในช่วงความเร็วสูง

     -  ระบบสั่งการด้วยเสียงยังมีบั๊กที่ต้องการอัปเดตเพิ่มเติมอยู่บ้าง

 

 

 

 

 

 

บทสรุป


         โดยรวมแล้วถือว่า MG Extender เป็นรถกระบะน้องใหม่ ที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยหากใครที่ต้องการรถกระบะที่นั่งสบายเหมือนรถเก๋ง ตัวถังมีความใหญ่โต และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน บอกเลยว่า MG Extender คือตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม ส่วนสมรรถนะด้านการขับขี่นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เดินทางสายกลาง อาจจะไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ไม่ได้แย่


          ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่ทาง MG ภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ รถกระบะ MG Extender นั้น มีค่าบำรุงรักษาที่น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะในระดับเดียวกัน (100,000 กม. ไม่เกิน 20,000 บาท) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และความต้องการของคุณแล้วละว่า ในราคา 1,029,000 บาท MG Extender จะใช่รถกระบะที่คุ้มค่า ตรงกับความต้องการของคุณหรือไม่?

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผู้ทดสอบ / รีวิว : ธนภัทร สังข์แสง
แหล่งที่มา  และ  ขอขอบคุณ
9carthai.com

 

 

 

 

 

ค้นหารถมือสอง
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
    
ค้นหารถยนต์มือสองตามพื้นที่