7 สิ่งที่ต้องรู้ในการเลือกซื้อประกันรถยนต์ เพื่อความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          “ประกันภัยรถยนต์” ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้รถบนท้องถนนในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงผู้เสียหายบนท้องถนน โดยการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ยนต์ทุกครั้ง ผู้ซื้อต้องเลือกคุณสมบัติ และความคุ้มครองที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการมากที่สุด แต่จะเลือกอย่างไรนั้น


 

          วันนี้ 9carthai.com มีข้อมูลดีๆ มาอธิบายให้เข้าใจกัน กับ “7 สิ่งที่ต้องรู้ในการเลือกซื้อประกันรถยนต์ เพื่อความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุด“

 

 

 

 

 

 

 

          1. ไลฟ์สไตล์การใช้รถของคุณ ประการแรกต้องรู้ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ก็คือ ไลฟ์สไตล์การใช้รถของคุณ เช่น เส้นทางการใช้รถในชีวิตประจำวัน ว่ามีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุมากน้อยเพียงใด? ปริมาณการใช้รถยนต์/สัปดาห์ รวมไปถึงประสบการณ์ในการขับรถของคุณ เช่น คุณพึ่งได้รับใบขับขี่, ออกรถคันแรกในชีวิต หรือมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการขับรถมาเป็นเวลาหลายปี สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยพิจารณาและกำหนดคุณสมบัติในการเลือกซื้อประกันภัยเบื้องต้นได้เป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

 

 

 

          2. ประเภทของรถยนต์ รู้หรือไม่ว่าประเภทของรถยนต์นั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยประกันภัยเช่นกัน ฉะนั้นจะเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ คุณต้องรู้ก่อนว่ารถยนต์ของคุณจัดอยู่ในกลุ่มรถประเภทใด ขนาดของรถก็มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อายุของรถยนต์ ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้เช่นกัน


 
 
 
 
 
 
 
 
          3. ประเภทของประกันภัย การจะเลือกซื้อประกันภัยนั้น คุณต้องรู้ความคุ้มครองของประกันภัยแต่ละประเภท ซึ่งมีความคุ้มครองแตกต่างกันออกไป โดยแบ่งเป็น 5 ประเภทหลักๆ ดังนี้
 
 

          ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด โดยจะคุ้มครองทั้งด้านทรัพย์สิน ความเสียหายของรถยนต์ ด้านชีวิต และร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ คู่กรณี  ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ และรถยนต์สูญหาย
 
 
 
          ประเภท 2 ให้ความคุ้มครองด้านชีวิต และร่างกายของเจ้าของรถ และคู่กรณี ด้านทรัพย์สินคุ้มครองเฉพาะของคู่กรณีเท่านั้น และความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ หรือรถยนต์สูญหาย
 
 
 
          ประเภท 3 ให้ความคุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวบุคคล ทั้งเจ้าของรถและคู่กรณีคือคุ้มครองด้านชีวิตและร่างกาย โดยคุ้มครองทรัพย์สินเฉพาะของคุ่กรณีเท่านั้น
 
 
 
          ประเภท 2+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิต และร่างกายของเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี ความเสียหายจากการเกิดไฟไหม้ รถยนต์สูญหาย แต่ในกรณีความเสียหายด้านตัวรถยนต์ จะต้องมีคู่กรณีเท่านั้น จึงจะคุ้มครอง
 
 
 
          ประเภท 3+ ให้ความคุ้มครองด้านทรัพย์สิน ด้านชีวิต และร่างกายของทั้งเจ้าของ ผู้โดยสารในรถ และคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายด้านตัวรถยนต์ ในเคสที่มีคู่กรณีเท่านั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
          4. ชื่อเสียงของบริษัทประกันภัย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกความน่าเชื่อถือ รวมไปถึงความมั่นใจในการให้บริการ ความมั่นคง และความสะดวกสบายที่ได้รับ ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายหลายบริษัทประกันภัย เช่น อิออน อินชัวรันส์ (Aeon Insurance) เป็นต้น
 
 
 
 
 
 
  
 
 
          5. ซ่อมศูนย์หรือ ซ่อมอู่ ในผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ จะระบุเอาไว้ชัดเจนว่าผู้ขับขี่จะส่งรถยนต์เข้าซ่อมได้ที่ไหนเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อรถยนต์ของคุณ หรือ ซ่อมที่อู่ซ่อมรถทั่วไป โดยอู่ซ่อมรถนั้นก็จะแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ อู่นอกเครือประกันภัย และ อู่ในเครือประกันภัย อู่นอกเครือ คือ อู่ซ่อมรถที่ไม่ได้อยู่ในเครือค่ายของบริษัทประกันภัย ส่วนอู่ในเครือนั้นเป็นอู่ที่อยู่ในระบบเครือข่ายของบริษัทประกันภัย ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนก็จะถือเป็นตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันด้วย หากเลือกซ่อมศูนย์ก็จะมีค่าเบี้ยประกันที่แพงกว่าการเลือกซ่อมอู่

 
 
 
 
 
 
 
 
          6. บริการเสริมของบริษัทประกัน เป็นบริการอื่นๆ นอกเหนือจากความคุ้มครองในกรมธรรม์ ที่บริษัทประกันมีให้บริการแก่ผู้ที่ทำประกันภัยรถยนต์กับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริการรถยนต์ให้ใช้ระหว่างซ่อม บริการรถยนต์ รถยก รถลากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงมีบริการ Hot Line ในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนก็สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้ เป็นต้น


 

 

 

 

 

          7. เบี้ยประกันรถยนต์ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึกในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ นั่นก็คือ เบี้ยประกันภัยนั่นเอง หรือภาษาที่จะทำให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ราคาประกันรถยนต์นั่นเอง โดยทุกสิ่งและคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนแต่เป็นตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ทั้งสิ้น ซึ่งคุณจะเลือกซื้อประกันรถยนต์แบบไหน ควรคำนึงถึง 6 ปัจจัยด้านบน และมาคำนวณกับเบี้ยประกันภัยที่ต้องการจะซื้อว่าเหมาะสม และครอบคลุมกับความต้องการของคุณหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

          และนี่คือเกร็ดความรู้ในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ทาง 9carthai.com นำมาฝาก ซึ่งหากคุณพิจารณาความต้องการในการเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ได้แล้ว ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลบริษัทประกันภัยที่คุณต้องการได้เลย

 

 

           แต่ถ้าหากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ แนะนำให้เข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ อิออน อินชัวรันส์ (Aeon Insurance) เพราะเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้นนำ และมีให้เลือกความคุ้มครองทุกความต้องการหลากหลายประเภท โดยสำหรับท่านที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-689-7111 หรือทาง www.aeoninsurance.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แหล่งที่มา  และ  ขอขอบคุณ

9carthai.com

 

 

 

แหล่งที่มา  และ  ขอขอบคุณ

9carthai.com

ค้นหารถมือสอง
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
    
ค้นหารถยนต์มือสองตามพื้นที่